หลังจากที่ทำใจอยู่นานก็มีโอกาสได้เขียนบล็อกกะเค้าซักที เพราะเป็นคนที่เขียนอะไรต่างๆไม่ค่อยเก่ง แถมความรู้เรื่องการถ่ายภาพก็ไม่ค่อยจะมี แต่ก็...ก็ เอาวะ.... ลองดู เริ่มต้นตั้งแต่กระผมเริ่มสนใจการถ่ายภาพและเล่น Multiply นี่หละครับ (ประมาณ 6 เดือนได้) ทำให้กระผมมีโอกาสเข้าไปอ่านบทความดีๆ จากบ้านนั้นบ้านนี้ รวมถึงเข้าไปศึกษากระทู้ต่างที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพในเว็ปอีกด้วย ซึ่งแต่ละบ้านหรือแต่ละเว็ปก็มีแนวคิดของการภ่ายภาพที่แตกต่างกันไป เช่น บางคนยึดว่า... หลักการต้องมาก่อน บางคนก็บอกว่า...จินตนาการและมุมมองสิสำคัญที่สุด รวมถึงบางคนเน้นอุปกรณ์... อุปกรณ์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ว่างั้น หรือบางคนก็ว่า... การปรับแต่งภาพ (process) นั้นก็ขาดไม่ได้เช่นกัน เออ... แล้วมือใหม่อย่างเราจะต้องทำยังไงหละ????
เพราะทีเค้าว่ากันมามันก็ถูกก็มีเหตุผลกันทุกคน แต่มันก็มีบางบ้านบางกระทู้ที่เกิดสงครามจุดยืนของตัวเองขึ้นต่างคนก็ต่างมีเหตุผล ก็ว่ากันไป ส่วนในความคิดของกระผมนั้นคิดว่า หลักการ จินตนาการ อุปกรณ์ และการปรับแต่งภาพหนะ มันสำคัญทุกอย่าง เขียนอีกก็ถูกอีกนั่นแหละ อิอิ แต่อะไรมาก่อนมาหลังหละอันนี้สิน่าคิด !!!!
ลำดับแรกที่สำคัญสุด มันก็กินกันไม่ลงระหว่าง หลักการกับจิตนาการหรือมุมมอง กระผมจะเปรียบเทียบกับการทำไข่เจียวละกัน หลักการทำไข่เจียวนั่นคือ ต้องตีไข่ให้ไข่แดงผสมกับไข่ขาวให้ทั่ว นั่นก็คือหลักการ ส่วนจินตนาการหละ เป็นไง จินตนาการก็เปรียบกับส่วนผสมหรือวัตถุดิบที่เราใส่เข้าไป รวมถึงรูปร่างน่าตาไข่เจียวที่ออกมาด้วย จินตนาการที่ต่างกันออกไป มันก็เหมือนกับที่บางคนใส่หมูสับ ใส่ชะอม ใส่ข้าวโพด หรือต้นหอม ส่วนในความคิดของผม
ผมว่าที่หลักการมันสำคัญอันดับแรก เพราะถ้าคุณไม่ตีไข่ ยังไงๆคุณก็ไม่ได้ไข่เจียว ถึงคุณจะมีจินตนาการสูง หรือมีมุมมองที่ดีก็ตาม คุณก็จะได้แค่ ไข่ดาวหมูสับ ถามว่า กินได้มะ อืม ก็กินได้ แต่คุณต้องการกินไข่เจียวนิ ส่วนจินตนาการและมุมมอง ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือถ้าคุณขาดส่วนนี้คุณก็จะได้แค่ไข่เจียวที่ไมมีรสชาติอะไรเลย ไม่มี option ต่างๆ ไม่มีรูปร่าง ถามว่ากินได้มะ ก็กินได้เหมือนกัน แต่มันไม่อร่อย ผมก็ขอสรุปเลยว่า คุณจะกินไข่เจียวแบบไหนนั่นคือสไตล์ของคุณ บางคนชอบเค็ม ชอบชะอม ก็ว่ากันไป แต่อย่าลืมว่าบางครั้งคุณไม่ได้ทำเพื่อกินคนเดียว คุณยังต้องนำมาแบ่งปันเพื่อนบ้านเพื่อให้เค้าติชมฝีมือของคุณอีก สิ่งที่ดีที่สุดคือ ทำไข่เจียวแบบที่ถูกใจเราระดับหนึ่งนั่นคือไม่ทิ้งสไตล์ตัวเอง ชะอมยังไงชะอมอย่างนั้น ประมาณนั้น และเพื่อนบ้านก็กินได้ด้วยดีกว่า ซึ่งบางครั้งไข่เจียวที่อร่อยอาจจะเป็นไข่เจียวที่ไม่ต้องตีให้เข้ากันมากมาย และต้องเติมส่วนผสมได้อย่างพอเหมาะ ไม่เค็มไป ไม่หวานจนเกินไปนั่นเองครับ 

สำคัญลำดับต่อมาคืออุปกรณ์ เปรียบได้กับอุปกรณ์ในครัว เช่น พวกกระทะพวกเตานั่นแหละ อุปกรณ์ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ ยิ่งทำให้เราทำอาหารได้ดียิ่งขึ้น กล่าวคือ เราสามารถใช้อุปกรณ์ได้ตรงกับอาหารที่เราจะทำ (ราวกับถ่ายแมลงใช้เลนส์มาโคร) ไข่เจียวที่ทอดด้วยกระทะไฟฟ้ามันจะไปฟูและหอมชวนกินเท่ากับที่ทอดด้วยกระทะก้นลึกและไฟแรงๆจากเตาถ่านได้อย่างไร แต่มันก็มีข้อจำกัดตรงเงินที่จะซื้ออุปกรณ์ต่างๆเข้าครัวนี่สิ ถ้าอยากได้หม้อเนื้อสแตนเลตอย่างดีก็ต้องเสียตังค์มากหน่อยหละ ส่วนตัวกระผมยังเรียนอยู่ก็เท่ากับไม่มีครัวเป็นของตัวเอง
อยากซื้ออุปกรณ์อะไรก็ต้องคิดให้หนักนิดนึงครับ แต่ถ้าวันใดมีครัวเป็นของตัวเอง(เรียนจบ)กระผมต้องซื้อของเข้าครัวอย่างครบครันแน่นอน ก็คนชอบทำอาหารนิ


ถ้าได้ 50mm f1.6 คงดีนะครับ
ส่วนการปรับแต่งภาพนั้นก็เป็นการตกแต่งอาหารให้หน้าตาดูน่าสนใจน่ารับประทานมากขึ้นครับ เช่นการโรยผักชี โรยพริกไทยไปบ้าง ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เราต้องการที่จะให้รูปที่เราถ่ายออกมามันใช้ได้เลยไม่ต้องมาตกมาแต่งอะไรอีก (ไข่เจียวที่อร่อยอยู่แล้วมันก็อร่อยอยู่วันยังค่ำ) แต่อย่างกระผมนั้น หลักการก็ไม่แม่น จิตนาการก็ไม่ค่อยดี อุปกรณ์ก็จำกัด ก็เลยต้องขอตัวช่วย บางครั้งถ่ายรูปออกมาไม่มีจุดเด่น ดูไม่น่าสนใจ เหมือนกับน้ำพริกปลาทูที่ไม่ได้ใส่ปลาทู ก็ต้องปรับแต่งกันยกใหญ่ที่เดียวครับ

เพิ่มจุดเด่น

ภาพนี้ทำตัวหนังสือด้านหลังให้เบลอครับ
สิ่งที่ดีที่สุดคือ ศึกษาหลักการถ่ายภาพ ไม่ทิ้งจินตนาการและมุมมอง จัดหาอุปกรณ์เท่าที่จะเป็นไปได้ และศึกษาการปรับแต่งภาพ
ปล. ขอบคุณทุกกระทุ้ ทุกบล็อก ทุกบ้าน ที่สร้าง องค์ความรู้และแนวคิดดีๆ ที่กระผมเข้าไปศึกษาด้วยครับ และเนื่องจากผู้เขียนยังมีความรู้และประสบการณ์น้อย ผิดพลาดประการใดหรือมีอะไรไม่ถูกใจต้องขออภัยไวนะที่นี้ด้วยครับ